ศก.อาเซียนเตรียมรับแรงกระแทกจากการระบาดของโคโรนาไวรัสในจีน

หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมทำใจรับผลกระทบจากการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อเป็นทางการว่า Covid-19 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในปีนี้ ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า

แรงกระเพื่อมที่ชัดเจนที่สุดจากวิกฤติการณ์ที่เริ่มต้นในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คือการที่นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายล้านคนหายไป เนื่องจากนโยบายจำกัดการเดินทางในจีน และการห้ามนักเดินทางจากจีนเข้าบางประเทศ รวมทั้งการที่สายการบินทั่วโลกระงับเที่ยวบินราว 25,000 เที่ยวผ่านจีน ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันเป็นจักรกลสำคัญทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ซบเซาอย่างมาก

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักคึกคักไปด้วยชาวจีนในช่วงวันหยุดตรุษจีน แต่ปีนี้ บริษัทท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องต้องยกเลิกโปรแกรมเดินทางต่างๆ ไปโดยปริยาย

รายงานข่าวระบุว่า 18% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสิงค์โปรในปี 2018 มาจากจีน ส่วนสถิติของไทยอยู่ที่กว่า 27% ขณะที่สัดส่วนของนักเดินทางจากจีน ต่อจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศในปีที่แล้วของฟิลิปปินส์และมาเลเซียอยู่ที่ 20% และ 11% ตามลำดับ

นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทวิจัยการตลาด IHS Markit ให้ความเห็นว่า คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งรู้สึกกลัวและวิตกกังวล เพราะวิกฤติครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจากแรงกระแทกที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับนับว่ารุนแรงหนักอยู่แล้ว ขณะที่ไม่มีใครคาดได้ว่าผลกระทบในภาพรวมจะเป็นอย่างไร จนกว่าจะมีการควบคุมสถานการณ์การระบาดได้

นับตั้งแต่เกิดการระบาดมา มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไปแล้วกว่า 1,100 คน และมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 45,000 คน แม้ว่าจีนจะสั่งปิดเมืองบางเมืองและสั่งขยายวันหยุดตรุษจีนต่ออีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อหวังลดการติดต่อในโรงเรียนและที่ทำงาน โดยบริษัทและห้างร้านหลายแห่งเพิ่งเปิดทำการ และคนงานกลับมาทำงานต่อได้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเท่านั้น

นอกจากนั้น อุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออกที่ตั้งอยู่ในอาเซียน โดยเฉพาะ ในเวียดนามและกัมพูชา ที่พึ่งพาวัตถุดิบจากจีน เช่น เหล็กและชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอิเลคทรอนิคส์

ด้วยจำนวนโรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2020 เศรษฐกิจของกัมพูชาจะโตถึง 6.8% ขณะที่เศรษฐกิจเมียนมาร์และเวียดนามจะขยายตัวราว 6.7% แต่ในเวลานี้ หลายฝ่ายคาดว่าตัวเลขจริงจะต่ำกว่าที่คาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การขาดแคลนวัตถุดิบจากจีนในช่วงที่ผ่านมาทำให้โรงงานหลายแห่งในเวียดนามต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราวไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนบริษัทรถชั้นนำ เช่น โตโยต้า ฮุนได และฟอร์ด ตัดสินใจเลื่อนแผนเปิดโรงงานแห่งใหม่ในหลายประเทศเช่นกัน

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง (Nanyang Technology University) ในสิงคโปร์ ชี้ว่า ธุรกิจหลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการระบาดครั้งนี้ เช่น บริษัทแอปเปิล ที่กำลังพิจารณาผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของตนอยู่ พร้อมระบุว่า หลายคนอาจต้องเริ่มประเมินผลกระทบระยะยาวจากสถานการณ์นี้ เพราะจีนอาจต้องปิดประเทศไปอีกนาน

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอาเซียนน่าจะลากยาวอย่างน้อย 3 หรือ 6 เดือน ส่วนการฟื้นตัวนั้นขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลที่เกี่ยวข้องสามารถให้การสนับสนุนภาคธุรกิจที่เดือดร้อนได้มากเพียงใด และจีนสามารถควบคุมการระบาดได้หรือไม่

Read more:
จีนรายงานผู้เสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสเพิ่มเกือบ 250 ราย-ญี่ปุ่นพบรายแรก

เจ้าหน้าที่จีนในมณฑลหูเป่ยระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 242 รายจากเชื้อโคโรนาไวรัส โควิด-19 (COVID-19) ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตในขณะนี้สูงกว่า 1,300 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นกว่า 60,000 คน ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จีนที่ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่วนที่ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่รายงานว่า สตรีวัย 80 ปีเสียชีวิตที่โรงพยาบาลชานกรุงโตเกียวจากอาการที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในญี่ปุ่นจากจำนวนผู้ติดเชื้อ Read more

พบผู้โดยสารเรือสำราญเทียบท่ากัมพูชาติดเชื้อโควิด-19

กระแสความกลัวการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือที่มีชื่อทางการว่า โควิด-19 เริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังมีการยืนยันว่าผู้โดยสารเรือสำราญ “เวสเตอร์ดัม” ที่เข้าเทียบท่าเมืองสีหนุวิลล์ ของกัมพูชา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ติดเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,800 ราย และมีตัวเลขผู้ติดเชื้อแล้วไม่ต่ำกว่า 71,000 คน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สุภาพสตรีสัญชาติอเมริกันอายุ 83 ปี ที่โดยสารมากับเรือสำราญดังกล่าวก่อนที่จะขึ้นฝั่งที่กับพูชาและเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Read more

แบงค์ชาติจีนหั่นดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจอ่วมพิษโคโรนาไวรัส

ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แก่ลูกค้าชั้นดี หรือ LPR เมื่อวันพฤหัสบดี ตามรายงานของเอเอฟพี หวังพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของแบงค์ชาติจีน ที่ปรับลดทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี เป็น 4.05% จากเดิม 4.15% และดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 5 ปีเหลือ 4.75% Read more

‘เอชเอสบีซี’ เลิกจ้าง 35,000 ตำแหน่ง – ปรับโครงสร้างเน้นตลาดเอเชีย

ธนาคาร HSBC ประกาศว่าจะลดพนักงานลง 35,000 ตำแหน่ง ภายใต้นโยบายปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งเน้นไปที่ตลาดเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นายโนเอล ควินน์ ซีอีโอรักษาการณ์ของ HSBC กล่าวในวันอังคารว่า จำนวนพนักงานของ HSBC ทั่วโลกจะลดลงจาก 235,000 คน เหลือ 200,000 คน หรือลดลงราว Read more

ดอกไม้ไม่ต้อง! ชาวจีน-ฮ่องกงอยากได้ “หน้ากากอนามัย” ช่วงวาเลนไทน์ ภายใต้วิกฤตโคโรนาไวรัส

คู่รักที่จีนและฮ่องกงไม่หวั่น เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส ขณะที่หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ล้างมือเป็นที่ต้องการของท้องตลาดมากกว่าดอกไม้และช็อคโกแลตรับวันแห่งความรัก ระหว่างที่คู่รักชาวจีนและฮ่องกงหลายล้านคู่ต้องห่างไกลกันและต่างต้องอยู่แต่ภายในเคหะสถาน เพื่อป้องกันการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ภายใต้ชื่อโควิด-19 (COVID-19) และในวันวาเลนไทน์ปีนี้ หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ล้างมือกลายเป็นของหายากยิ่งกว่าดอกไม้และช็อคโกแลตวาเลนไทน์เสียอีก โดยบริษัทรับส่งสินค้าในประเทศจีน เปิดเผยว่าสินค้ายอดนิยม 3 อย่างช่วงวาเลนไทน์ปีนี้ คือหน้ากากอนามัย แว่นครอบตาป้องกันดวงตา และแอลกอฮอล์ล้างมือ ขณะที่ร้านขายดอกไม้ในจีนและฮ่องกง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดขายดอกไม้ลดลงกว่า Read more

จีนระบุมีพลเมืองใกล้ชิดผู้ป่วยโคโรนาไวรัสเกือบครึ่งล้าน

คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน รายงานในสัปดาห์นี้ว่า พลเมืองชาวจีนเกือบ 500,000 คน มีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า โควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังระบาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน ระบุไว้ในเว็บไซต์ว่า ขณะนี้มีพลเมืองราว 451,462 คน ที่ได้รับการระบุตัวแล้วว่ามีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส ในจำนวนนี้มี 185,037 คนที่กำลังถูกจับตาดูว่ามีอาการป่วยหรือไม่ ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Read more